AZ-900, DP-900, AI-900 คืออะไร เตรียมตัวสอบ Microsoft Certificates อย่างไร

ฤกษ์ดีปีใหม่ที่จะโพสต์อะไรที่หมักดองเอาไว้สักที (แต่ก็พ้นปีใหม่มาพอสมควร) …
ความจริงตั้งใจว่าจะเขียนเกี่ยวกับการสอบ AZ-900 หลังจากสอบเสร็จทันที แต่ทว่าสอบเสร็จปุ๊บก็มีกระเหี้ยนกระหือรือมีสอบ AI-900, DP-900 ต่ออีก กลายเป็นว่าบล็อกไม่เสร็จสักที ผมจึงคิดว่ารวมทั้ง 3 cert ที่ไปสอบมาเป็น blog เดียวดีกว่า จึงสรุปว่าเขียนเป็นภาพรวมการเตรียมตัวดีกว่า เพราะกระบวนการเตรียมตัวนี้เองสามารถนำไปสอบได้กับ Certificate ไหนก็ได้ที่เป็น *-900 Fundamentals
สำหรับ Cert ที่ Advanced ขึ้นอาจต้องมีการเตรียมตัวรวมถึงการทำ Lab ในหัวข้อที่เฉพาะทางอาจไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับคุณ แต่จะอ่านไว้เป็นแนวทางก็ได้ครับ
อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับ Certificates
📌 1. AZ-900 — Azure Fundamentals

คือใบรับรองที่ออกโดย Microsoft เพื่อบอกว่าเรามี ความรู้ ความสามารถ ที่เข้าใจ
- พื้นฐานเกี่ยวกับ Cloud Concepts
- Azure services
- Azure Management andGovernance Feature and tools
สรุปคือ เรามีความรู้พื้นฐานเกี่ยวระบบ Cloud ของ Microsoft Azure ทั้งเกี่ยวกับแนวคิดระบบ Cloud โดยทั่วไป รวมถึงเกี่ยวกับ Microsoft Azure อ่านเพิ่มเติม
📌 2. AI-900 — Azure AI Fundamentals

ภาพรวมของใบรังรองนี้เป็นความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือและแนวคิด AI และบริการของ Microsoft Azure ที่เกี่ยวข้อง ใบรับรองนี้เหมาะกับผู้ที่มาจากด้านทางเทคนิคและไม่ใช่ด้านเทคนิค หรือจากสายตรงทาง Data Science และ Software Engineer
- แนวคิดระบบคลาวด์พื้นฐาน
- แอปพลิเคชัน Client — Server
เอาละในเว็บเขียนไว้แบบนั้น เท่าที่ผมเข้าไปใน Virtual Training จะประกอบด้วย 4 Modules หลัก
- Fundamentals of Artificial Intelligence
- Fundamentals of Machine Learning
- Fundamentals of Computer Vision
- Fundamentals of Natural Language Processing
โดยประเด็นหลักคือให้เราเห็นแนวคิดของสิ่งเหล่านี้ รวมทั้ง Demo บริการของ Microsoft ที่แสดงให้เห็นว่า เราก็สามารถเข้าถึงบริการเหล่านี้ได้ง่ายมาก จับต้องได้จริงไม่ลึกจนขนาดอ้วกออกมาเป็นสมการทางคณิตศาสตร์ทุกตัวอักษรกรีก A-Z
เหมาะกับผู้ชมทั่วไป (แน่นอนละ มันคือ Fundamentals level)
📌 3. DP-900 — Azure Data Fundamentals

Fundamentals of Data
อธิบายว่าลักษณะของ Data มีอะไรบาง เช่น Structured, Semi-structured, Unstructured, Workload มีการเก็บอย่างไรทั้ง Relational, Non-relational และ Data Workloads
Roles ที่เกี่ยวข้องกับ Data มีอะไรบ้าง เช่น Database Administrator, Data Engineer, Data Analyst แต่บทบาททำหน้าที่อะไร และ Service ของ Microsoft ที่เกี่ยวข้องกับ Data ท้ายสุดก็จะโชว์ Service Azure ที่เกี่ยวข้องด้วย
Fundamentals of Relational Data in Azure
แนวคิดของ Relational Relational Data, Relational Tables, Normalization, SQL เป็นต้น และ Service ของ Azure ที่ชื่อว่า Azure SQL
Fundamentals of Non-relational Data in Azure
Azure Blob Storage, Azure Data Lake Store Gen2, Azure Files, Azure Table Storage, Azure Cosmos DB
Fundamentals of Large-scale Data Warehousing
แนวคิดของ Data Warehouse และกระบวนการภายในของ Data ingestion and Processing, Analytical Data Store, Analytical Data Model จนถึง Data Visualization รวมถึง service ที่เกี่ยวข้อง Azure Blob Storage, Azure Data Lake Store Gen2, Azure Files, Azure Table Storage
Fundamentals of Real-time Analytics
Batch vs Stream, Real-time Data Processing with Azure Storage
Fundamentals of Data Visualization
Workflow ของ Data Visualization ด้วย Power BI และ Analytical Data Modeling และ Common Data Visualization Reports: เช่น Table & Text, Bar, Colum

สรุปประเด็นที่เป็นแนวทางในการนำไปอ่านนะครับ
- Concept: จับ concept ให้ได้ว่าเรากำลังเรียนจะดูแนวคิดของอะไรอยู่ เช่น Cloud, Data, AI และลูกขุนพลอยพยักที่ตามหลัง concept เหล่านั้น และเราต้องอธิบายให้ได้ว่า ถ้ามี keyword นี้โผล่มา เราสามารถมองไปยังภาพใหญ่หรือภาพที่ zoom-in ลงมาถึงรายละเอียดปลีกย่อยได้
- Services: Azure มี services ที่เกี่ยวข้องเกี่ยว concept ที่เราศึกษามาชื่ออะไร ทำอะไรได้บ้าง ข้อจำกัดคืออะไร ข้อดีข้อเสีย ต่างกันกับอีก service อย่างไร เป็นต้น
🤔 ทำไมถึงสอบ?

TL;DR มันฟรีครับ
ตอบค่อนข้างขวานผ่าซากไปหน่อยแต่มีเหตุผลประกอบการตัดสินใจครับ
ในปีก่อนหน้านี้ ทาง Microsoft ค่อนข้างรุกตลาดไทยอย่างหนักหลังจากที่เราอยู่กับ ค่าย สีส้ม สีฟ้า และจากนี้น่าจะมีสีแดง หรือหลากสีครับ 😂 รวมถึง ณ ช่วงเวลานั้นเราจะพบกับ Ads, Dev Advocate ที่เปิด workshop, ไปพูดตามงาน event กันให้ควั่ก
พร้อมกับทิศทางที่บริษัทจะไปมีแนวโน้มที่ ขยายไปยัง Cloud เจ้าอื่นเพราะลูกค้าไม่ว่าจะใหม่หรือเก่าของเราก็ไม่ได้ใช้ Cloud เจ้าเดียวสะที่ไหน ฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้คือต้องเตรียมความพร้อมของเราเสมอ
ด้วยเหตุผลที่ชักแม่น้ำทั้งห้ามานี้ … ผมเห็นสัมนาออนไลน์ที่เปิดให้ลงทะเบียนไว้ พอเรียนจบคลาสก็ได้สิทธิ์สอบมาครับ แถมบริษัทมีนโยบายที่ว่าถ้าสอบผ่านจะออกค่า Certificate ให้แต่ถ้าไม่ผ่านก็ช่วย 50% ละกัน
📌 เตรียมตัวอย่างไร
การเรียนและเตรียมตัวเพื่อไปสอบจะมี 2 ส่วนคือ
1. Self-paced: My World My Rules

การเรียนแบบ Self-paced คือการที่เราเลือกที่จะเรียนรู้ด้วยตัวเอง เวลาใดก็ได้ตามที่เราสะดวก ข้อดีของมันคือไม่มีใครมาคอยนั่งคุมหรือบอกว่าต้องอ่านเมื่อไร เราสามารถเรียนรู้ไปตามความเร็วของเราได้
🐢 บางคนเข้าใจช้า เพิ่งเพราะเพิ่งเคยเห็นครั้งแรก สามารถอ่านซ้ำได้ หาข้อมูลเพิ่มเติมได้จนกว่าจะเหมาะกับประสบการณ์ของเรา
🐇 บางคนเข้าใจเร็ว เพราะอาจมีประสบการณ์หรือเคยได้ยินมาก่อน สามารถข้ามส่วนที่เข้าใจแนวคิดเนื้อหาดีอยู่แล้ว ไปส่วนที่ต้องการได้ทันที
ผมสังเกตว่าในยุคหลังการเรียนรู้ส่วนใหญ่ของเราเริ่มจะเป็นแบบ Self-paced มากขึ้นครับ ไม่ต้องมีใครคอยมานั่งบอกว่าเราจะต้องเรียนเมื่อไร หรืออาจมีวีดีโอให้ดูย้อนหลังได้ จากนั้นผู้เรียนก็เลือกเรียนส่วนที่ไม่เข้าใจหรือส่วนที่เราตามไม่ทัน เป็นต้น
ทว่าข้อเสียของมันก็มีเช่นกัน บางทีเรามีคำถาม อยากจะถาม แต่ไม่ได้มีใครให้ถาม ณจุดนั้นเหมือนกับที่เราเรียนรู้ในห้องและมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ให้ ถาม-ตอบ ได้เฉกเช่นเรียนกันในห้องเรียน
🧑🏫 2. Instructor Lead

แน่นอนว่าผมลงแบบ Online ไป ทางผู้จัดเขาจะเตรียมวีดีโอสื่อการสอน อนิเมชันกิ๊บเก๊ให้เราดูควบคู่ไปด้วย รวมถึงสไลด์หัวข้อต่างทั้งหมดรวมไว้อย่างครบถ้วน
แน่นอนว่าบางคนชอบแบบ Instructor Lead เพราะว่าเราไม่แทบไม่ต้องเตรียมตัวอะไรเลย เข้าไปนั่งมีสไลด์ให้ มีให้ ถาม-ตอบ ใน session นั้น
ส่วนตัวผมชอบแบบนี้เพราะว่า การเรียนจะเป็นขั้นตอน ที่ถูกเตรียมตัวมาอย่างดีทั้งวีดีโอรวมถึงรูปแบบการนำเสนอ
🤔 เลือกการเรียนแบบไหนดี?

TL;DR: เลือกให้เหมาะกับเรา ณ ช่วงเวลานั้น
สำหรับผม ผมเลือกทั้ง 2 แบบครับ แล้วแต่จังหวะชีวิตของเราในช่วงเวลานั้น
เลือกเรียนทั้งสอบแบบไปเลย ดีทั้งสอบแบบเพราะว่า ถ้าลงแบบ Instructor lead เราจะได้พวก material มาครบถ้วน พร้อมเอาไปเป็นแผนที่นำทางรีวิวตอนก่อนจะสอบว่าหัวข้อไหนเราได้/ไม่ได้
แต่ถ้าใครไม่สะดวกเรียนเป็น instructor-lead เราไปอ่านเองก็ได้ครับ ข้อสอบไม่ได้ออกต่างไปจากที่อ่านเองหรือในเอกสารเท่าไร สอบได้เหมือนกัน เอาที่ท่านสะดวก
📌 วัน/เวลา/สถานที่สอบ
สถานที่สอบ
ผู้สอบจะต้องไปสอบที่ Pearson Vue โดยเป็นการนัด วัน/เวลา/สถานที่ ในเว็บไซต์ เมื่อถึงวันเวลาที่ระบุไป เราก็ไปโผล่ที่ศูนย์สอบ
แนะนำให้ไปก่อนเวลาสัก 15 นาทีเพราะว่าอาจมีเรื่องของการใส่ประวัติ เตรียมเอกสารลงทะเบียนจบครบกระบวนการกระทั่งเราพร้อมสอบ
อย่าลืมเตรียมเอกสารสำคัญไปด้วย เช่น บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นตามที่ระบุไว้
การเลือกสถานที่สอบแล้วแต่บุคคลครับ สำหรับผมก็เอาที่ใกล้ เดินทางได้สะดวกไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางมาก แต่มีพี่ในทีมที่เลือกสถานที่เพราะมีน้ำและขนมให้กินหรูหราหมาเห่าก็มีแล้วแต่ท่านสะดวก
📌 ลักษณะการสอบ
สำหรับสถานที่ที่ผมไปสอบจะเป็นตึกสูงหลายชั้นเบื้องหน้าเราจะมี
- คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง เอาไว้อ่านโจทย์และส่งคำตอบ และไม่สามารถสลับหน้าต่างอื่นได้นอกจากโปรแกรมทำข้อสอบ
- กระดาษ ดินสอ ให้ขีดเขียนตามสะดวก ถ้าหมดขอเพิ่มได้
📌 ผลการสอบ
ใจผมจะเต้นทุกครั้งหลังจากที่กดส่งข้อสอบ เพราะเราจะรู้ผลลัพธ์ + คะแนนเราทันทีหลังจากที่ส่ง ถ้ามากกว่า 700 แปลว่าผ่าน ทั้งนี้จะมีหลอดบอกค่าพลังว่าจาก ความรู้ด้านไหนได้เท่าไร และได้ A4 สรุปมา 1 แผ่น ทว่าสิ่งที่ดีงามคือมันอยู่ในเว็บไซตของ Microsoft แถมเจ้าตัว certificate ไม่หมดอายุด้วย

สำหรับใครที่ลังเลแนะนำว่าให้ลองดูครับ ได้ก็ดี ไม่ได้ก็ถือสะว่าอัพเดทความรู้ในด้านใหม่เพิ่มไม่เสียอะไร ถือว่าเป็นการอัพเดทแพทช์ความรู้ไปในตัว
แหล่งอ้างอิง
- https://learn.microsoft.com/en-us/credentials/certifications/azure-fundamentals/
- https://learn.microsoft.com/en-us/credentials/certifications/azure-data-fundamentals
- https://learn.microsoft.com/en-us/credentials/certifications/azure-ai-fundamentals
- https://learn.microsoft.com/en-us/
AZ-900, DP-900, AI-900 คืออะไร เตรียมตัวสอบ Microsoft Certificates อย่างไรc was originally published in Ayuth’s Story on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.